.jpg
เชื้อสายลาวซี-ลาวคั่ง
ประวัติความเป็นมาของลาวครั่งนั้น จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ พบว่าบรรพบุรุษได้อพยพมาจากอาณาจักรเวียงจันทร์ และหลวงพระบางพร้อมกับลาวกลุ่มอื่นๆได้อพยพเข้ามาที่ประเทศไทยด้วยเหตุผลที่ทางการเมืองและเป็นเชลยศึกยามสงคราม อาศัยอยู่บริเวณภาคกลางของประเทศไทยวัฒนธรรมของชาวลาวซี-ลาวคั่ง คนไทยเชื้อสายลาวครั่งมีวัฒนธรรมเป็นเอกลักษณ์ของตนเองได้แก่ ภาษา การแต่งกาย ประเพณี และพิธีกรรมความเชื่อ ต่างๆโดยได้ถือปฏิบัติสืบต่อกันมาเป็นระยะเวลายาวนานภาษาที่ใช้ คือภาษาลาวครั่ง นักภาษาศาสตร์ได้จัดภาษาลาวครั่งอยู่ในตระกูลภาษาไท-กะได -การแต่งกายของคนไทยเชื้อสายลาวครั่ง จะมีแบบฉบับเป็นของตนเองซึ่งนำวัสดุจากธรรมชาติ ในท้องถิ่นคือ ฝ้าย และไหม ที่เป็นวัสดุในการทอ เทคนิคที่ใช้มีทั้งการจกและมัดหมี่ ผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของชาวลาวครั่งคือ ผ้าซิ่นมัดหมี่ ต่อตีนจก ซึ่งมีลายผ้าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะท้องถิ่น และ ผ้าขาวม้า 5 สีมีลวดลายหลากหลายและสีที่ใช้เป็นสีที่ได้จากธรรมชาติ


phpThumb_generated_thumbnail[4].jpgimagesCA5X5OKS.jpg

ประเพณีและวัฒนธรรมของลาวซี-ลาวคั่ง
ชาวลาวครั่ง มีความเชื่อในเรื่องผีบรรพบุรุษเป็นอย่างมาก การนับถือผีของชาวลาวครั่งเป็นการถือผีตามบรรพบุรุษ คือผีเจ้านายและผีเทวดา การนับถือมีอิทธิพลต่อชาวลาวครั่งมาก แม้แต่ในแง่ของการดำเนินชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการประกอบพิธีกรรมหรือการดำรงชีวิตประจำวัน ก็จะต้องไปข้องเกี่ยวกับผีของบรรพบุรุษ เนื่องจากอาชีพหลักของชาวลาวครั่ง คือการทำนา จึงมีประเพณีความเชื่อ ที่ถือปฏิบัติกันมาเพื่อความอุดมสมบูรณ์ คือ พิธีบูชาเซ่นสรวงแม่ธรณี และแม่โพสพ ก่อนหว่านข้าวเป็นการบอกกล่าวแม่ธรณีโดยจัดวางเครื่องเซ่นไว้บนพื้นดินบริเวณหัวคันนาและกล่าวแก่แม่ธรณีว่า จะทำนาแล้วขอให้คนและ ควายอยู่ดีมีสุขสบาย คราดไถอย่าให้หัก บ่ได้มาแย่งดิน ขอเพียงแค่ทำกิน พิธีนี้ภาษาถิ่นเรียกว่า พิธี แฮกนา พิธีที่เกี่ยวกับความเชื่ออีกวิธีหนึ่งคือ พิธีศพ เมื่อนำศพผู้ตายใส่ลงหีบ ถ้าเป็นชายก็จะใช้ผ้าขาวม้าของผู้ตายคลุมทับผ้าขาวบนฝาหีบ ถ้าเป็นหญิงก็จะคลุมหีบด้วยสไบของผู้ตาย และจะเผาเครื่องนุ่งห่มต่างๆของผู้ตาย เช่น ผ้าขาวม้าไหม โสร่งไหม ผ้าพุ่งไหม ผ้าม่วงโรง หรือผ้าซิ่นมัดหมี่ ผ้าสไบ เสื้อฯลฯ เผาไปด้วย พิธีนี้จึงเป็นสาเหตุแห่งความสูญเสียผ้าโบราญที่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ และโบราณคดีไป


เชื้อสายจีน

ชาวจีนมีประวัติศาสตร์ มีปรัชญาและหลักการที่ยาวนานหลายพันปีหลายพันปีโดยเฉพาะคติธรรมชาวจีนที่ทรงคุณค่าและมีอารยธรรมเก่าแก่ที่เล่าสู่กันฟังคือ เสื่อผืนหมอนใบ ความอ่อนล้าและความเหนื่อยยากพวกเขาเดินทางมาโดยเรือข้ามนำข้ามทะเลด้วยความยากลำบาก สมบัติที่ติดตัวมามีเพียงเสื่อผืน หมอนแข็งๆหนึ่งใบและความมุ่งมั่นที่จะมาแสวงโชคบนแผ่นดินสยามเพื่อประกอบอาชีพบางส่วนก็ปักหลักประกอบอาชีพในตลาดท่าช้าง ผลิกผันจากคนไม่มีอะไรเลยกลายเป็นคนรำรวยและประสบความสำเร็จ มีฐานะมมั่นคงเป็นปึกแผ่น
imagesCAM9Y154.jpgexternal image images?q=tbn:ANd9GcShs5MMooYmzVkY4RiHEae61pUk57-dXF1yaLo0uhpIAKQ3er0LOQ

ประเพณีและวัฒนธรรม
-การแห่เจ้าพ่อหลักเมืองตลาดท่าช้าง เป็นประเพณีที่ปฏิบัติมาช้านานเริ่มแห่ครั้งแรกเมื่อใด ไม่ปรากฎหลักฐาน แต่น่าจะมีเกินกว่าร้อยปี
-งานงิ้ว เป็นประเพณีอันยิ่งใหญ่ที่จัดขึ้นในทุก 3 ปี ในงานจะมีขบวนแห่มังกร จากคณะปากนำโพ ที่สร้างความตื่นใจ ในเวลาคำคืนจะมีการแสดงมังกรประกอบแสงสีเสียงอันยิ่งใหญ่ที่สร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือน
ชาวจีนได้หว่านเมล็ดพันธ์อันเเข็งเเรงบนแผ่นดินสยามก่กำเนิดลูกหลานมากมายในตลาดท่าช้าง คนเดิมบางนางบวชไม่เคยกีดกันทางเชื้อชาติ ศาสนาแลวัฒนธรรมของขาวจีน